--  Login
ประพันธ์ เปรมศรี
อดีตผู้เล่น อดีตผู้ฝึกสอน
 

อาจารย์ประพันธ์ เปรมศรี เกิดเมื่อวันที่16 ธันวาคม พ.ศ.2496 ที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จบการศึกษาในระดับประถมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนน้ำตาลชลบุรี ต.หนองชาก อ.บ้านบึง จากนั้นได้ย้ายไปศึกษาในระดับประถมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนบ้านบึงอำนาจคณูปถัมภ์ อ.ประพันธ์จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนบ้านบึงอุตสาหกรรมนุเคระห์ ซึ่งช่วงนี้เองที่ อ.ประพันธ์ได้เล่นฟุตบอลอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก แต่ทว่าทีมแรกของ อ.ประพันธ์นั้นมิได้เป็นทีมระดับโรงเรียน อ.ประพันธ์เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกให้ทีมโรงงานน้ำตาลของท้องถิ่น โดยเริ่มเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเป็นคนเตะบอลแรง สามารถเคลียร์บอลให้พ้นเขตอันตรายได้ นอกจากนั้นแล้ว อ.ประพันธ์ยังได้รับความไว้วางใจจากโค้ชให้เป็นกัปตันทีมโรงเรียนด้วย
อ.ประพันธ์นับได้ว่าเป็นผู้ที่เล่นฟุตบอลได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง คือ ได้ลิ้มรสความเป็นแชมป์ในทุกระดับการแข่งขัน เริ่มตั้งแต่แชมป์ระดับอำเภอกับโรงงานน้ำตาล แชมป์ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นกับโรงเรียนบ้านบึงอุตสาหกรรมนุเคระห์ แชมป์ระดับปวช.กับวิทยาลัยเทคนิคชลบุรี แชมป์กีฬาเขต แชมป์อุดมศึกษา แชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก. แชมป์ควีนส์คัพ และแชมป์คิงส์คัพ

“...ตอนประถมก็ยังเล่นบอลสนุกๆ มาเล่นจริงๆจังๆตอนอยู่มัธยม แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้เริ่มเล่นให้โรงเรียนก่อน เล่นให้กับโรงงานน้ำตาลที่บ้านอาศัยอยู่ ส่งแข่งขันในระดับอำเภอ เล่นครั้งแรกก็เล่นรวมกับผู้ใหญ่เลย เล่นครั้งแรกก็ได้แชมป์อำเภอเลย จากนั้นก็มาเล่นให้กับโรงเรียนบ้านบึง เป็นหัวหน้าทีมด้วย ก็ได้แชมป์จังหวัดอีก หลังจากเล่นให้โรงงานน้ำตาล ฟุตบอลก็อยู่กับชีวิตผมมาตลอด....”

อ.ประพันธ์เลือกเรียนสายอาชีพที่วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี อ.บ้านบึง ซึ่งเป็นโรงเรียนชื่อดังสายอาชีพของชลบุรีในขณะนั้น นอกจากได้ทุนนักกีฬาแล้ว อ.ประพันธ์ยังได้รับทุน “5 ธันวา มหาราช” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจาก อ.ประพันธ์สูญเสียพ่อ ในระหว่างที่ยังศึกษาอยู่

“...โรงเรียนเทคนิคเขาเห็นแวว ซึ่งอาจารย์คนนี้ที่เรียกผมมาก็เคยคุมทีมจังหวัดชลบุรีด้วย ผมก็เข้ามาเรียนพร้อมกับนักกีฬาหลายๆคน แข่งในนามเทคนิคชลบุรีก็ได้แชมป์จังหวัดอีก ผมก็เป็นหัวหน้าทีมอีก ชิงกับโรงเรียนเทคนิคสัตหีบ....”

หลังจากจบการศึกษากับโรงเรียนเทคนิคฯ อ.ประพันธ์เข้าทำงานในกับอำเภอบ้านบึง ต่อมาในปี พ.ศ.2517 ชลบุรีเป็นเจ้าภาพกีฬาเขต อ.ประพันธ์คัดเลือกติดเป็นตัวแทนเขต 2
“...สมัยนั้นกีฬาแห่งชาติเขายังเรียกว่ากีฬาเขต เขต 2 ก็มีชลบุรี ระยอง ตราด ฉะเชิงเทรา จันทบุรี นครนายก ทีมเราก็มีทั้งตัวของชลบุรีเอง แล้วก็มีทีมทหารอากาศเข้ามาผสมด้วย ปีนั้นก็ได้แชมป์อีก....”

  หลังจบกีฬาเขต อ.ประพันธ์เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดชลบุรี ด้วยทุนนักกีฬา ซึ่งเป็นปีที่ 2 ที่สถาบันพลศึกษาเปิดสอน
“...รุ่นแรกที่เรียนคือ รุ่น อ.ชาญวิทย์ วิทยาลัยพละเปิดมาปีหนึ่งแล้วแต่ผมไม่ได้เรียน ผมอายุมากกว่า แต่เขาเรียนก่อนก็เลยมาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน....”
อ.ประพันธ์เริ่มสัมผัสกับราชประชาครั้งแรกในปี พ.ศ.2517 ขณะที่ยังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยพลศึกษา โดยติดเป็นผู้เล่นของทีมพัฒนาเยาวชน ทีมตั้งใหม่เพื่อรองรับผู้เล่นดาวรุ่ง ก่อนจะก้าวมาเป็นกำหลังหลักของราชประชา แต่ทว่า อ.ประพันธ์นั้นไม่สามารถเดินทางมาซ้อมได้บ่อยนัก เนื่องจากยังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยพลศึกษา จนกระทั่งปี พ.ศ.2518 อ.ประพันธ์ย้ายมาศึกษาต่อระดับปริญญาตรีกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงได้มาเล่นกับทีมพัฒนาเยาวชนอย่างเต็มตัว ในปีนั้นเองทีมพัฒนาเยาวชนสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ เอฟ เอ คัพ เป็นครั้งแรก นอกจากนั้นแล้ว อ.ประพันธ์ผู้ซึ่งไม่เคยติดเยาวชนทีมชาติมาก่อน ยังได้ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดบีด้วย
ต่อมาในปี พ.ศ.2519 เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในราชประชา ทำให้นักฟุตบอลทีมพัฒนาเยาวชนทั้งหลายรวมทั้ง อ.ประพันธ์ ถูกดันขึ้นไปเล่นราชประชา
“...ตอนนั้น วิทยา ไปต่างประเทศ ประพนธ์ กับบัณฑิต ก็ไม่ค่อยได้เล่นแล้ว หลายคนก็ย้ายไปท่าเรือ ชุดพวกเราก็เลยถูกดันขึ้นมาโดยน้ายงกับอ.ประวิทย์ มาเล่นราชประชาเต็มตัวเลย คนที่ขึ้นมากับผมก็มี สุทิน สุนทรา สมภพ นอกจากราชประชาแล้ว ตอนนั้นผมเล่นให้มศว.ด้วย ก็ได้แชมป์อุดมศึกษาอีก ผมก็เป็นหัวหน้าทีมอีก คือ...ดูคล้ายๆว่ามาดมันให้ ไปเล่นที่ไหนก็ได้เป็นหัวหน้าทีม....”
อ.ประพันธ์จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒในปี พ.ศ.2521 และได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ทันทีหลังจบการศึกษา นอกจากนั้นแล้วยังรับหน้าที่เป็นโค้ชของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒด้วย
ชีวิตการค้าแข้งในระดับประเทศของ อ.ประพันธ์ก็ประสบความสำเร็จไม่แพ้ระดับท้องถิ่นในช่วงวัยเยาว์ ด้วยเกียรติยศกับทีมชาติอาทิเช่นแชมป์คิงส์คัพ 5 สมัยติดต่อกันในปี 2522-2527 และเกียรติยศกับราชประชา คือ ถ้วยพระราชทานประเภท ก. 2 สมัย ปี 2523 และ 2525, แชมป์เอฟ เอ คัพ ปี 2518 2519 2527, ถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ ปี 2524, ตูกูมูด้าคัพ ปี 2525 และ 2527 นับว่าเป็นหนึ่งในนักเตะราชประชาที่ครองแชมป์กับสโมสรมากที่สุด

“...เราได้ชิงครั้งควีนส์คัพ 2-3 ครั้ง แต่เราแพ้ท่าเรือปีหนึ่ง มีช่วงหนึ่งที่เรารุ่งโรจน์มากคือช่วงปี 23-24-25 ต่อกัน ปี 23 เราชนะทหารอากาศ ลูกที่มาด๊าดตีลังกายิง พอปลายปี 24 เราก็ได้ควีนส์คัพ แล้วก็มาได้ถ้วย ก. ติดต่อกันอีกตอนต้นปี 25....”

“...ตอนขึ้นไปรับถ้วยควีนส์คัพก็มี ผม สมภพ อภินันท์ สุทิน เพราะถ้วยมันใหญ่มากต้องขึ้นไปรับ 4 คน คือชุดแข่งชุดนี้เป็นชุดขาวแดง แต่วันนั้นฝนตกเสื้อมันเลอะ คุณชายก็บอกให้เอาเสื้อตัวนี้สวมทับ เพราะเราขึ้นไปรับกับพระองค์โสม พอรับถ้วยลงมาแล้ว เราก็ถอดเสื้อออกแล้วถ่ายรูปในชุดแข่ง เห็นมั้ยเนี่ยขี้โคลนเต็มเลย วันนั้นคนดูเยอะมาก เล่นกับทีมจีน ผมยังจำได้เลยสุนทราโหม่ง 1-0....”

ราชประชาในช่วงปี 23-24-25 นับได้ว่าเป็นหนึ่งในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของสโมสร
“...สมัยนั้นเล่น 4-3-3 ประตูก็มี สมปอง นิกร วศิน กองหลังก็มี ผม สมภพ สุทิน สุรัก กองกลางก็ วรวรรณ อภินันท์ บัณฑิต ศักดริน ศูนย์หน้ามี สุนทรา ชัยยุทธ มาด๊าด ตอนนั้นวิทยาเขาไปเล่นต่างประเทศแล้ว....”


ในช่วงนี้เองที่ ร.ต.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร (ยศในขณะนั้น) ได้ริเริ่มโครงการ “ราชประชา แกรด์ทัวร์” ซึ่งเป็นการนำทีมราชประชาไปตระเวนตามจังหวัดต่างๆ โดยมีจุดมุ่งหมาย 2 ประการ ประการแรกคือการสร้างแฟนคลับตามต่างจังหวัด และให้ชาวต่างจังหวัดมีโอกาสได้ชมฝีเท้าของนักฟุตบอลระดับแนวหน้า ประการที่สองคือเป็นการรักษาสภาพร่างกายและความผูกพันธ์ภายในทีม แทนที่จะปล่อยให้นักฟุตบอลแยกย้ายกันไปเตะเดินสายในช่วงปิดฤดูกาล

“...คนดูเต็มเลย ทุกๆที่ๆเราไป ผมมีรูปเต็มเลย มีรูปผมถ่ายกับ คุณเป๊ป คุณพรเทพ ไปเที่ยวกัน ลงเรือกัน ตอนนั้นสนุกมาก นั่งหวานเย็นด้วยกัน แวะข้างทางซื้อไก่เคี้ยวกินกัน คุณพรเทพเขาก็ดื่มนะ เวลาเราไปเที่ยว ถ้าไม่ได้ไปแข่งเราก็ดื่มกัน คุณพรเทพเขาก็จะพกขวดเหล้าของฝรั่ง แบบขวด แบนๆ เล็กๆ ไปกันแบบลูกทุ่งเลยตอนนั้น สนุกมาก....”

ราชประชาในยุคนั้นเป็นยิ่งกว่าทีมฟุตบอล ราชประชาเป็นเหมือนครอบครัวๆหนึ่ง นักฟุตบอลส่วนใหญ่จะนอนอยู่ที่บ้าน พล.ต.ต.ม.ร.ว.เจตจันทร์ ในวันหยุดพักผ่อนก็จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งทีม รวมทั้งท่านประธานสโมสรด้วย พล.ต.ต.ม.ร.ว.เจตจันทร์ ให้ความเป็นกันเองทีมมาก ซึ่งยังเป็นที่ประทับใจ อ.ประพันธ์มาจนทุกวันนี้

“...ช่วงนั้นคุณชายอยู่กับเราบ่อย เพราะช่วงนั้นท่านไม่ค่อยได้ไปไหน คุณป๊อปกับคุณเป๊ปก็อยู่เมืองนอก พอบอลแข่งพวกเราก็จะโทรไปหา พอปิดเทอมช่วงวันหยุด พวกเราก็ไปหัวหินกัน ไม่มีครั้งไหนที่พวกเราไปเก็บตัวแล้วคุณชายจะไม่ไปด้วย พวกเราไปหัวหินก็คือไปพักผ่อน แต่ก็ไปซ้อมด้วย ตอนนั้นเก็บตัวก่อนจะได้แชมป์ควีนส์คัพ เราไปนอนบ้านเก่า ตอนนั้นก็ไม่กล้านอนเพราะกลัวผี …(หัวเราะ)… แต่เราก็นอนรวมกันหลายๆคน ตอนเช้าเราก็ไปวิ่งเล่นที่ทะเล ตอนนั้นเราไม่เน้นฝึกซ้อม เราเน้นว่ามาพักผ่อน....คุณชายก็ลงมาแต่เช้าเลย เอาอวนลากปลามา อวนมันใหญ่ ทั้งทีมต้องช่วยกันลากลงไปในทะเล รู้มั้ยใครเป็นคนเดินนำอวนลากลงทะเล....คุณชาย (หัวเราะ)  คุณชายเดินนำลงไปเลย พวกเราก็เดินตาม ลากอวนกันไป ได้ปลาไม่กี่ตัวหรอก แต่สนุก (หัวเราะ)....”

“...มีอีกครั้งหนึ่งที่พวกเราไปเก็บตัวปากช่อง คือพวกเราบางคนก็นับถือไสยศาสตร์กัน แล้วเราก็พาทั้งทีมไป คุณชายก็ไปด้วย พวกเราไปลงของลงยันต์ เอามีทุบหลัง ลงของขลัง คุณชายก็ไปนั่งดูกับพวกเราด้วย คุณชายก็ขำ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะพวกเราก็เอามาเป็นกำลังใจ ก่อนแข่งต้องเอาหมากแห้งเหน็บเสื้อ เคี้ยวหมากดิบ แล้วก็จิบเหล้าดอง พวกเราบางคนเดินวนมาต่อคิวจิบ 3-4 รอบ (หัวเราะ) ...ก็ยังอมยิ้มทุกครั้งที่นึกถึงเวลานั้น....”

หลังจากราชประชาได้แชมป์เอฟ เอ คัพ ในปี พ.ศ. 2527 อ.ประพันธ์ยุติการค้าแข้งทั้งในทีมชาติและราชประชา เพราะอาการเจ็บเข่าเรื้อรัง อ.ประพันธ์ไม่สามารถเรียกความฟิตหลังการผ่าตัดเพื่อกลับมาเล่นในฤดูกาล ปี 2528 ได้ อ.ประพันธ์จึงหันมารับหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ชให้ อ.ยรรยง และ อ.ประวิทย์
สิ่งหนึ่งที่ อ.ประพันธ์ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งนอกเหนือจากล่าแชมป์กับราชประชาก็คือการเป็นโค้ชชุดแรก ที่ริเริ่มโครงการฟุตบอลเยาวชนราชประชาที่ อ.ปากช่อง

“...ตอนนั้นที่ยังไม่เป็น สปอร์ต ชูเล่ มีแค่บ้านไม้ ยังไม่มีตึก ไม่มีอะไร เราก็เอาเด็กรุ่นแรกไปทดลองเก็บตัว มีการฝึกซ้อมเช้า-เย็น ตอนบ่ายมีกิจกรรม มีโครงการอยู่ 7 วันบ้าง อยู่ 10 วันบ้าง ถ้าเอารายชื่อมาดูจะเห็นว่าตอนนี้เด็กเหล่านี้ก็ไปอยู่ในทีมดีๆหลายคน นั่นแหละคือสิ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุด คือได้ริเริ่มพัฒนาเยาวชนในรูปแบบของสปอร์ต ชูเล่ จนกระทั่งปัจจุบัน เราขยับขยายจนมีห้องประชุม ห้องอาหาร แต่สนามไม่ต้องพูดถึงเพราะสนามดีอยู่แล้ว....”


หลังยุติอาชีพค้าแข้ง นอกจากเป็นอาจารย์และโค้ชที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒแล้ว อ.ประพันธ์เข้ามาคุมทีมราชประชาในหลายฤดูกาล และหลายทัวร์นาเมนต์ รวมไปถึงโครงการส่งราชประชาไปเก็บตัวที่เยอรมันเป็นครั้งที่ 3 นักเตะในชุดนั้นซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเตะเยาวชนได้แก่ พัฒนพงษ์ ศรีปราโมช, สมาน ดีสันเที๊ยะ, ยุทธนา พลศักดิ์, สาธิต จึงสำราญ, พัทยา เปี่ยมคุ้ม

“...ผมเข้ามาทำหลายช่วง พอไม่มีใครทำ ผมก็เข้ามา พอมีคนมาทำ ผมก็ออก ส่วนใหญ่ผมจะเป็นคนทำเยาวชนควีนส์คัพยอมรับว่าคุณชายให้ความไว้วางใจผมสูง คงเป็นเพราะผมเป็นอาจารย์มหา’ลัยด้วย ถ้าผมเสนออะไรคุณชายก็จะไม่ค่อยปฏิเสธ แต่ส่วนใหญ่ผมก็ไม่ค่อยกล้าไปเสนอท่านเท่าไหร่นัก....”

หลังจากว่างเว้นจากการคุมราชประชา ในปี 2535 อ.ประพันธ์ได้รับเชิญจากทีมตลาดหลักทรัพย์ให้ไปเป็นผู้ช่วยของ อ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ อ.ประพันธ์ช่วยทีมตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ครองถ้วยพระราชทานประเภท ง. ค. และ ข. จนกระทั่งขึ้นมาเล่นในระดับถ้วย ก. เมื่อปี 2538

ในปี พ.ศ. 2543 อ.ประพันธ์กลับมาคุมทีมราชประชาอีกครั้ง โดยนักเตะกำลังหลักในชุดนี้ได้แก่ ชูเกียรติ หนสลุง, พิพัฒน์ ต้นกันยา, อภิเชษฐ์ พุฒตาล, ดัสกร ทองเหลา, อนุชา กิจพงษ์ศรี ถึงแม้ว่าจะมีขุมกำลังที่แข่งแกร่ง แต่ราชประชาในปีนี้ยังเล่นได้ไม่เข้าขากันเท่าไรนัก สโมสรจึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อ.ประพันธ์จึงตัดสินใจขอลาจากตำแหน่งการเป็นโค้ช หลังจากจบฤดูกาล

สำหรับอนาคตนั้น สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้มอบหมายให้ อ.ประพันธ์ รับหน้าที่ดูแลและริเริ่มโครงการศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานฟุตบอลเยาวชนไทยเพื่อฟุตบอลอาชีพต่อไปในอนาคต

สำหรับราชประชานั้น อ.ประพันธ์เชื่อว่า บุคลากรที่ราชประชาผลิตไว้มากมายประดับวงการฟุตบอลร่วมทั้ง อ.ประพันธ์เองด้วย จะช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อผลักดัน นำราชประชากลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งให้ได้


webmaster 12/1/2551








admin@rajpracha.com
122/1 ซ.เรวดี ถ.พระราม 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร 02-271-0755